No.2 Parry the Fairy
แสงอาทิตย์เริ่มหายไปจากท้องฟ้า ช่วงนี้เป็นฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปเร็วกว่าฤดูอื่นๆ ประกอบกับการที่ คีพและไคท์เดินทางด้วยเท้ามาทั้งวันตั้งแต่เช้ายันเย็น ได้แวะพักเพียงแค่ตอนเที่ยงเพื่อกินอาหารเล็กๆน้อยๆที่พกมากับสัมภาระติดตัวเท่านั้น ทำให้ทั้ง 2 ตัดสินใจว่าควรจะถึงเวลาหยุดพักเสียทีสำหรับการเดินทางวันนี้ ดังนั้นคีพจึงหยุดพักในป่าตรงที่โล่งที่ไม่มีต้นไม้ แต่พอจะมีซากขอนไม้ เพื่อจะใช้นั่งพักได้อยู่
เอาล่ะได้ทำเลแล้วตรงนี้แหละ คืนนี้เราจะพักกันตรงนี้ เดี๋ยวแกไปหาฟืนมานะ พ่อจะไปหาอาหารมา รู้สึกว่าตรงโน้นจะมีลำธารอยู่พ่อได้ยินเสียงน้ำไหล คืนนี้เราคงได้กินปลาเผากัน คีพพูดพลางวางกระเป๋าสัมภาระของตัวเองแล้วก็หยิบฆ้อนอันใหญ่ขึ้นมาจากสัมภาระของเขา จากนั้นเขาก็เดินออกไปยังทางที่เขาคิดว่ามีลำธารอยู่ ส่วนไคท์เองก็ไม่รอช้า เขารู้ว่าถ้ารอให้แสงอาทิตย์ จางลงกว่านี้การจะหาฟืนหรือทำอะไรในป่าจะยากขึ้นอีกหลายเท่า เขาจึงรีบเดินออกไป หาเศษใบไม้แห้งเพื่อจุดไฟ และ เศษกิ่งไม้ที่แห้งเพื่อเป็นฟืน ขณะที่ไคท์เก็บใบไม้และฟืนมาได้พอสมควรและพยายาม จุดไฟโดยการเอากิ่งไม้ มาปั่นให้เสียดสีจนเกิดความร้อนอยู่ เขาก็ได้ยินเสียง กึ่งๆ ดังมาจากทางที่พ่อเขาเดินไปเมื่อครู่นี้เขา จึงวิ่งไปดูเผื่อว่าจะเกิดอะไรกับพ่อหรือเปล่า
แต่ปรากฎว่าเมื่อเขาไปถึง เขากลับเห็นพ่อของเขายืนอยู่กลางลำธารช่วงที่ลึกแค่เข่าแล้วก็ เอาค้อนอันใหญ่ที่เขาพกไปด้วยทุบที่ก้อนหินก้อนโตที่จมน้ำอยู่ครึ่งค่อนก้อน จากนั้นปลา 2-3 ตัวก็ลอยขึ้นมา พ่อของเขาก็จับมันขึ้นมาใส่ถุงที่เตรียมไว้ วิธีนี้เป็นวิธีการจับปลาโดยใช้แรงสันสะเทือนของน้ำทำให้ปลาสลบแล้วค่อยจับ
โธ่ นึกว่ามีอะไรทำเสียงตึง ตังลันป่าเลย ที่แท้ก็จับปลานี่เอง ไคท์บ่นออกมาดังๆให้พ่อได้ยิน
อ่อ นี่มาก็ดีแล้ว เอ้าถือปลาพวกนี้กลับไปด้วย แค่นี้คงพอแล้วมั้ง คีพพูดจบก็ส่ง ถุงใส่ปลาที่มีปลาอยู่ 3-4 ตัวให้ไคท์ ส่วนมากตัวไม่ใหญ่ มีตัวใหญ่ๆเกิน 20 ซ.ม. อยู่ 2 ตัวเท่านั้น แต่มันก็หนักพอควรทีเดียว
ขณะเดินกลับมาที่จุดตั้งแคมป์ คีพก็ถามว่าแล้วที่เดินมาเนี่ยะก่อไฟเสร็จแล้วเหรอ
ยังเลยพ่อ ผมยังจุดไฟไม่ติดเลย
เฮ้ย อะไรกันจุดไฟแค่นี้ทำไมนานจังให้พ่อจุด 5 วิฯ ก็เสร็จแล้ว และแล้วคีพก็ทำได้อย่างที่พูดจริงๆ เขาไม่ได้ใช้วิธีปั่นไม้ให้เสียดสีกัน เขาแค่หยิบมีดกับปลอกมีดRunning Flame ที่ให้ไคท์ไป แล้วก็เอาไฟจากมีดนั่นจุด ก็เรียบร้อย เออ จริงด้วยทำไมผมถึงไม่นึกถึงวิธีนี้ ว้า นั่งจุดไฟตั้งนาน เซ็งเลยไคท์บ่นกับความงี่เง่าของตัวเองพร้อมกับเอามือขึ้นมาตบหน้าผากตัวเองซะหนึ่งที แล้วเย็นวันนั้นพอตะวันลับขอบฟ้าไป ทั่งคู่ก็นั่งกินอาหารเย็นกันอย่างเอร็ดอร่อย แล้วก็นอนพักผ่อนกัน
คืนนั้นเป็นคืนพระจันทร์เสี้ยว ดังนั้นแสงจันทร์จึงไม่ค่อยสว่าง ยิ่งตอนนี้เขาอยู่ในป่า ดังนั้นแสงที่ส่องลงมาเมื่อถูกเงาไม้บังไปแล้วที่พื้นป่าจะมีแสงน้อยมาก แทบมองไม่เห็นอะไรที่อยู่เกินระยะ 3 เมตรเลย ถ้าไม่มีแสงจากกองไฟที่เขาก่อเอาไว้ ขณะที่ไคท์กำลังสะลึมสะลือจะหลับมิหลับแหล่อยู่นั้น
ช่ว....ย....ด้ว...ย ช่วย...ด้วยใ..ครก็.. ได้ช่วย เสียงเบาๆแว่วมาตามสายลมแต่ก็เข้าหูของไคท์พอดิบพอดี ไคท์จึงยันตัวขึ้น และมองไปรอบๆ แต่มันมืดมากเขาเลยดึงแท่งไม้ออกจากกองไฟมาเป็นคบเพลิง ส่องไปด้านที่เสียงแว่วมา แต่ก็ไม่เห็นมีอะไร คงหูแว่วไปแหละไคท์คิด
ช่วยด้วย!! ช่วยด้วยได้โปรดเถอะมีใครได้ยินชั้นบ้างไหมใครก็ได้ เสียงดังขึ้นมาอีก
ไคท์สะดุ้งตัวขึ้นมากึ่งยืนกึ่งนั่งและคว้าคบเพลิงอันเมื่อกี้ส่องไปตามทางที่เสียงมาทันทีคราวนี้คราวนี้ไม่ใช่เสียงเบาๆที่ลอยมากับสายลม แต่มันเป็นเสียงที่ชัดขึ้นมาก ตอนแรกเขาคิดจะไปปลุกพ่อแต่พอเห็นสภาพที่พ่อนอนหลับสนิถแล้วเขาก็เปลี่ยนใจ เพราะที่หน้าเขายังมีรอยถีบจากเท้าของพ่อเมื่อเช้าอยู่เลย ถ้าไอ้ที่เขาได้ยินนี้เป็นแค่อาการหูแว่วเขาก็คงไม่พ้นโดนเขกหัวอีกแน่นอน(ข้อหาปลุกโดยไรสาระ) แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของวัยรุ่นอย่างเขาจึงเดินออกไปดู โดยพก มีดRunning Flame กับ คบไฟไปด้วย ยิ่งเขาเดินลึกเข้าไปเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ที่เขาได้ยินก็ยิ่งดังขึ้น จนกระทั่งเขาเดินไปถึงพื้นป่าที่มีต้นไม้แน่นขนัดและพ้นจากเขตที่เห็นแสงไฟจากแคมป์ที่พัก แต่แล้วอยู่ดีๆเสียงที่ร้องขอความช่วยเหลือก็เงียบไป อ่ะ ไหงอยู่ดีๆเงียบไป กลัวเป็นเหมือนกันนะเฟ้ย เขาคิดในใจ
ฮัลโหล ใครอยู่แถวนี้หรือเปล่า เขาตะโกนดังๆแต่ก็ไม่มีเสียงตอบมามีเพียงแค่เสียงลมพัดหวิวๆกับเสียงนกแถวๆนั้นบินหนี้ไป เขาเริ่มรู้สึกขนลุก พร้อมกับส่องคบไฟไปทั่วๆ และแล้วเขาก็รู้สึกตัวว่าตัวเองเดินออกมาไกลเกินไปจนหาทางกลับไม่เจอแล้วเฮ้ยไม่ตลกนะ นี่ยังจะหลงทางในป่าอีกด้วยเหรอ เขาสบถกับตัวเอง
ทันใดนั้นเขาก็ขนลุกซู่ทั้งตัวเพราะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาสะกิดเขาที่ด้านหลัง
เหวออออ เสียงร้องดังขึ้นพร้อมกับก้นที่กระแทกกับพื้นทันทีเขาหันกลับไป สิ่งที่เขาเห็นมันทำให้เขาตกใจอย่างหนัก เขามองเห็นลูกไฟเล็กๆ ลอยไปลอยมาอยู่ตรงหน้า
ผะ ผะผผี เขาเตรียมตัวจะวิ่งแต่เขาเข่าอ่อนไม่สามารถลุกได้เขาได้แต่ไถตัวไปด้านหลังเท่านั้น
เดี๋ยวก่อนท่าน อย่าเพิ่งตกใจ ชั้นต้องการความช่วยเหลือจากท่านได้โปรดเถอะเสียงใสๆดังออกมาจากลูกไฟนั้น ขอโทษที่โผล่ออกมาปุบปั่บ แต่ชั้นไม่ใช่ผี ท่านโปรดดูดีๆ เสียงดังขึ้นแล้วลูกไฟลูกนั้นก็หรีไฟลงพอให้มองเข้าไปในลูกไฟนั้นได้ ชั้นชื่อ แพรี่ เป็น ภูต อยากขอความช่วยเหลือจากท่านอย่างเร็วที่สุด ภายในลูกไฟนั้น ไคท์ มองเห็น ผู้หญิงร่างเล็กมากๆขนาดว่าเล็กพอๆกับใบไม้ใบหนึ่ง เธอมีผมสีทองยาวจรดหลังผิวออกเหลือขาว ใส่ชุดผ้าบางกึ่งใส เผยให้เห็นรูปร่างที่ดีของเธอ พร้อมกับปีกเล็กใสๆ ด้านหลังของเธอทั้ง 4 ปีก
ผะผะ ภูต หะ เหรอมะไม่ทำอะไร ผะ ผมใช่ใหมครับ ไคท์ตะกุกตะกักเพราะยังกลัวอยู่
ได้โปรดเถิด เพื่อนของชั้นกำลังจะได้รับอันตราย ช่วยเธอด้วย แพรี่ขอร้องด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลอย่างมาก พร้อมกับบินถอยออกจากหน้าของไคท์เพราะเห็นว่าเขา เริ่มหายกลัวแล้ว
เพื่อน ... เพื่อนของคุณกำลังแย่เหรอ ผมจะช่วยเท่าที่ช่วยได้แล้วกันนะ ไคท์ตอบพร้อมกับยืนขึ้นด้วยขาที่ยังไม่หายสั่น แม้เขาจะหายกลัวแล้วแต่การที่จะสั่งให้ขาเขาหายสั่นในทันที่นั้นคงจะเป็นเรื่องยาก
ขอบคุณท่านเป็นอย่างมาก เธออยู่ทางนี้ค่ะ แพรี่พูดเสร็จก็บินไปอย่างรวดเร็วไคท์ต้องรีบคว้าคบเพลิงแล้ววิ่งตามไป เธอบินไปเหมือนมองเห็นได้ในความมืด ตรงกันข้ามกับไคท์ ที่ใช้คบเพลิงส่องทางเขาสะดุดรากไม้ โดนกิ่งไม้เกี่ยว เหยียบหินลื่น แต่เขาก็ยังพอจะวิ่งต่อไปได้โดยไม่ล้ม จนกระทั่งเขาสะดุด สิ่งของอะไรบางอย่างล้มคว่ำไป
โอ๊ย ช่วยบินช้าๆ หน่อยได้ใหมครับผมวิ่งไม่ทัน ไคท์ตะโกนเรียก
ถึงแล้วค่ะ เพื่อนชั้นอยู่นี้ค่ะ ได้โปรดช่วยเธอด้วย เธอพูดพร้อมกับบินต่ำลงมา ไคท์ก็ส่องไฟตาม แล้วเขาก็รู้ว่าเมื่อกี้เขาสะดุดอะไร เขาเห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งนอนไม่ได้สติอยู่บนพื้น แต่เธอไม่ใช่ภูต นึกว่าเป็นภูตซะอีก เพื่อนของเธอเป็นคนนี่
ใช่ค่ะ เราถูกกลุ่มกองโจรไล่ล่าอยู่ เธอหนีจนหมดแรงและสลบไป แพรี่พูดไปท่าทางกระวนกระวายเพราะเธอบินวน รอบๆ ตัวของเพื่อนเธอตลอดเวลา
อ๊ะ!! แย่แล้วพวกนั้นตามมาทันแล้ว ท่านกรุณาดับคบเพลิงก่อนค่ะเดี๋ยวพวกนั้นจะเห็นเรา แพรี่พูดขึ้นพร้อมกับหรีแสงไฟของตัวเองลงให้แค่ ไคท์พอมองเห็น
พวกนั้นมากัน 1 .. 2 .. 3 สาม คนแนะ ท่านทำยังไงดีคะ แพรี่เพ่งมองไปทางขวาแล้วก็บอกกับไคท์ที่ดับคบเพลิงแล้ว
แพรี่ เธอรู้ได้ยังไง ไคท์ถามเพราะว่าเขาแทบมองอะไรไม่เห็นเลยหลังจากดับคบไฟแล้ว
ภูต อย่างชั้นสามารถมองเห็นในความมืดได้ค่ะ และสามารถพลางตัวไม่ให้ใครเห็นได้ค่ะ แพรี่ตอบแต่เธอก็ไม่ได้มองไปทางไคท์แม้แต่นิดเดียว เธอยังคงเพ่งมองในความมืดอยู่
3 คนงั้นเหรอ อืมๆๆ ไคท์ใช้ความคิดอย่างหนักเขาเป็นคนตัวเล็กอยู่แล้วถ้าจะให้อุ้มผู้หญิงคนนั้นที่รูปร่างพอๆกัน เรื่องกำลังแขนเขาคงพอไปใหวแต่ความมืดเนี่ยะคงทำให้เขาไปได้ไม่ไกลนัก หรือเด็กผู้ชาย อายุ 16 อย่างเขาถ้าจะให้มารับมือกับโจรฉกรรจ์ 3 คนคงยาก จากนั้นแพรี่ก็หันกลับมาถามไคท์อย่างร้อนใจ ท่านสามารถพาเพื่อนชั้นหนี้ได้ใหมคะ
หนี้ คงไม่ใหวหรอกผมมองไม่เห็นถ้าไม่จุดไฟนะเขาตอบสีหน้าของแพรี่ก็เศร้าหมองลงทันที
แต่ไม่เป็นไร ผมมีแผน ที่ดีกว่าหนีอีกนะ เมื่อกี้แพรี่ว่าแพรี่ มองเห็นได้ในความมืดใช่ใหม ไคท์ตอบออกมาพร้อมกับยิ้มให้แพรี่นิดนึง นี่เข้ามาใกล้ๆ เดี๋ยวผมจะอธิบายแผนให้ฟัง...
************************
เฮ้ย ยายนั่นมาทางนี้ จริงๆรึเปล่าวะ เสียงของชายรูปร่างอ้วนคนหนึ่งในกลุ่มโจรดังขึ้น
ข้าเห็นว่ามันเดินมาทางนี้จริงๆนะ ชายตัวสูงแต่ผอมเกือบเป็นก้างตอบมา ข้าว่า เราควร กลับกันได้แล้วนะยังไงก็มองไม่เห็นแล้ว ชายสูงผอมคนนั้นเสริมต่อ
แกกลัวผีล่ะซี่ ไม่ว่า จะรีบหนีกลับฮ่าๆๆ ชายอีกคนซึ่งเป็นคนผิวดำพูดขึ้น
ปะ เปล่า นะ ข้าไมได้กลัวผีซะหน่อย ชายร่างสูงพูดตะกุกตะกัก
เฮ้ย ไอ้บ้า ดึกดึ่นกลางคืนอย่างนี้อย่าพูดเรื่องผีๆ สางๆ สิวะเดี๋ยวมันออกมาจริงทำไง ชายอ้วนด่ากลับ
วูบบบบ เสียงลมผ่านด้านหลังของชายสูง ฮี่~ ฮี่~ ฮี่~ บรื๋อเสียงชายตัวสูงร้องขึ้น ชายอ้วนเลยถาม เฮ่ยเป็นไรไปอีกขะ ขะข้ารู้สึกว่า มะมัน มะมะ มีอะไรผ่านหลัง ไปว่ะ ชายสูงตอบอย่างหวาดๆ เฮ่ยๆ ๆ ไม่เล่นนะเว้ยอย่ามาอำกันแถวนี้ ชายผิวดำพูดขึ้นมาบ้าง
ขะ ขะ ข้าพูดจริงๆนะ เอ็งช่วยดะ ดะ ดูข้างหลังข้าหน่อยสิ ขะ ขะข้าไม่กล้าหันชายสูงผอมบอก
มันจะมีอะไรวะ ชายผิวดำพูดแล้วก็หันไปดู
วูบบบบบบเสียงลมพัดผ่านข้างหูของชายผิวดำบ้างพร้อมกับเสียงที่ดังขึ้นฮี่~ ฮี่~ ฮี่~ ออกไปซ้าาาาา เฮ่ย ..... ขะขะ ข้ารู้สึกว่าคราวนี้ ข้ากะ กะ ก็โดนว่ะ มะมะ มันมีเสียงบอกให้ออกไปด้วยชายผิวดำพูดเสียงสั่น
ขะ ขะ ข้าบอก พะ พวกเอ็งแล้วไงชายร่างสูงพูดขึ้นอีก
อะไรของพวกเอ็งนักหนาวะ แค่ประสาทหลอนไปเอง ไหนถ้าผีเผออะไรนั่นมีจริงก็ออกมาให้ดูหน่อย เดี๊ยะ พ่อสับให้ไปผุดไปเกิดเลย ยังไม่ทันสิ้นเสียงของชายอ้วน
พรึบ ดวงไฟ หนึ่งดวงปรากฏขึ้นตรงหน้าของชายทั้ง 3 อออกกก ไป ซ้าาาา เสียงทุ้มๆต่ำๆของผู้ชายเสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับการปรากฎของดวงไฟ
ออกไปเดี๋ยวนี้ นี่คือการเตือนครั้งง สุดดท้ายยเสียงผู้หญิงเล็กๆแหลมๆที่ฟังดูเย็นยะเยือก ดังขึ้นด้านหลังของโจรทั้ง 3 คนพร้อมกับลูกไฟลุกพรึบขึ้นอีกดวงที่ข้างหลังของ 3 คนนั้น
เหยออออออ อ้ากกกกกก ทั้ง 3 คนร้องลั่นพร้อมกับขาสั่นพับๆ
และแล้ว ลูกไปก็เริ่มลุกพรึบรอบๆตัวของ ทั้ง 3 คนนั้นจนล้อมพวกเขาไว้หมด จงออกไปเดี๋ยวนี้ จงออกไปเดี๋ยวนี้ จงออกไปเดี๋ยวนี้!!! เสียงของชายและหญิงดังขึ้นพร้อมกันและดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับลูกไฟทุกลูกเริ่มสั่นไหวเป็นวง
ว้ากกกกก ตัวใครตัวมันเว้ยยยยย ชายอ้วนร้องขึ้นมาแล้ววิ่งไปคนแรกอย่างเร็วมาก แล้วอีก 2 คนก็วิ่งตามไปอย่างไม่คิดชีวิต
ฮ่าๆๆๆสำเร็จแล้วแพรี่ๆ สำเร็จแล้ว ไคท์เดินออกมาจากความมืดเรียกให้แพรี่ออกมา
เราทำสำเร็จแล้วค่ะ ท่านขอบคุณท่านมาก แพรี่บินออกมาหลังดวงไฟอันหนึ่งพร้อมกับกิ่งไม้ที่ปลายติดไฟอยู่
แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าเพียงแค่เด็กผู้ชายหนึ่งคนกับภูตตัวเล็กหนึ่งตน จะไล่พวกโจรถึง 3 คนไปได้โดยใช้แค่ เศษใบไม้มามัดรวมไว้แล้วห้อยกับต้นไม้ แล้วจุดไฟให้เป็นลูกไฟ ดูเหมือนวิญญาณ พร้อมกับการส่งเสียงขู่กดดันไปเรื่อยๆ ก็ทำให้พวกโจรล่าถอยไปได้แล้ว แพรี่กระดี้กระด้าบินวนไปวนมาอยู่หน้าไคท์จนเขาเริ่มเวียนหัว
แต่แพรี่ ก็เก่งนะ บินไปบินมาข้างหูพวกนั้นแล้วยังกระซิบขู่อีก แถมเสียงตอนพูดว่า จงออกไปเดี๋ยวนี้ ผมเองรู้ว่าเป็นเสียงแพรี่ยังขนลุกเลย ฮ่าๆๆไคท์พูดไปหัวเราะไป
อ้อ แล้วอีกอย่างนะ ไม่ต้องเรียกผมว่าท่านก็ได้ ผมชื่อไคท์นะครับ เขาพูดและยิ้มให้แพรี่อีกรอบ
ค่ะ ท่านไคท์แพรี่ตอบแต่ก็ยังมีคำว่าท่านอยู่ดี
เอ่อ .. ว่าแต่ แพรี่คับ คุณมองเห็นในความมืดได้ใช่ใหม เอ่อ... ช่วยหาทางกลับแคมป์ให้ผมทีสิ ไคท์ พูดพลางยิ้มแหะๆ ให้ กับแพรี่
***************************
เฮ่ยๆ ๆ ไม่เล่นนะเว้ยอย่ามาอำกันแถวนี้ ชายผิวดำพูดขึ้นมาบ้าง
ขะ ขะ ข้าพูดจริงๆนะ เอ็งช่วยดะ ดะ ดูข้างหลังข้าหน่อยสิ ขะ ขะข้าไม่กล้าหันชายสูงผอมบอก
มันจะมีอะไรวะ ชายผิวดำพูดแล้วก็หันไปดู